TGAT — สนามที่ฝึกแล้วขึ้นเร็วแต่คนมักทิ้งไว้ท้ายสุด
TGAT สามพาร์ทวัดคนละอย่าง และเป็นสนามที่คะแนนขึ้นเร็วเมื่อฝึกตรงรูปแบบ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือทิ้งไว้ท้ายสุดเพราะคิดว่า "ไม่ต้องอ่านอะไร" แล้วเสียคะแนนที่เก็บได้ง่ายที่สุดไป
- เกณฑ์อ้างอิงที่ระบบใช้
- 65%
- ขอบเขตที่ครอบสนามนี้
- 5 วิชา
- เวลามาตรฐานต่อข้อ
- 100 วินาที
- ทดลองฟรี
- 10 ข้อ
เส้นเป้าหมายที่วาดทับกราฟเรดาร์รายบทในรายงาน
16 บท — แต่ละบทมีชุดฝึกแยกของตัวเอง
ใช้เทียบกับเวลาที่ทำจริงเพื่อแยกข้อที่ "รู้แต่ช้า"
ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
ขอบเขตเนื้อหาและน้ำหนักของแต่ละส่วน
ตารางนี้คือขอบเขตที่ระบบครอบสำหรับสนามนี้ คอลัมน์ "น้ำหนักในสนามนี้" บอกว่าชุดข้อสอบที่สุ่มให้ ถ่วงไปทางวิชาไหนมากที่สุด ส่วนเวลามาตรฐานต่อข้อคือเกณฑ์ที่ระบบใช้เทียบกับเวลาที่ทำจริง
| วิชา | หัวข้อย่อย | น้ำหนักในสนามนี้ | วินาที/ข้อ |
|---|---|---|---|
| TGAT ความถนัดทั่วไป | TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ · TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล · TGAT3 สมรรถนะการทำงาน | 99% | 100 |
| A-Level ภาษาอังกฤษ | Structure & Writing · Vocabulary & Conversation · Reading Comprehension | 1% | 113 |
| A-Level ภาษาไทย | การอ่านเชิงวิเคราะห์ · หลักการใช้ภาษา · การเขียน | 1% | 113 |
| TPAT1 ความถนัดแพทย์ | เชาวน์ปัญญา · จริยธรรมทางการแพทย์ | 1% | 116 |
| A-Level สังคมศึกษา | ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม · หน้าที่พลเมืองและกฎหมาย · เศรษฐศาสตร์ · ประวัติศาสตร์สากล · ภูมิศาสตร์ | 1% | 104 |
"น้ำหนักในสนามนี้" คือสัดส่วนที่แถวนั้นกินในชุดข้อสอบของหน้านี้ ทุกแถวรวมกันได้ 100% แท่งข้างตัวเลขเทียบกับแถวที่มากที่สุด ไม่ใช่เทียบกับ 100% จึงใช้ดูลำดับว่าควรลงแรงตรงไหนก่อนได้ทันที ส่วน "วินาที/ข้อ" คือเวลามาตรฐานที่ระบบใช้เทียบกับเวลาที่ทำจริง เพื่อแยกข้อที่ "ไม่รู้" ออกจากข้อที่ "รู้แต่ช้า"
สามพาร์ทต้องฝึกคนละวิธี
TGAT1 วัดการสื่อสารภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง TGAT2 วัดการคิดอย่างมีเหตุผลทั้งทางภาษา ตัวเลข และมิติสัมพันธ์ ส่วน TGAT3 วัดสมรรถนะการทำงานซึ่งเป็นการเลือกแนวทางปฏิบัติ การเอาวิธีฝึกของพาร์ทหนึ่งไปใช้กับอีกพาร์ทจึงไม่ได้ผล
- TGAT1 ฝึกด้วยบทสนทนาและบทอ่านสั้นที่ใกล้สถานการณ์จริง ไม่ใช่ท่องศัพท์เดี่ยว
- TGAT2 ฝึกเป็นชุดย่อยสั้น ๆ แต่บ่อย เพราะเป็นการจับแพตเทิร์น
- TGAT3 ต้องอ่านเหตุผลของคำตอบ เพราะวัดการเลือกแนวทาง ไม่ใช่ความรู้
ทำไมการทิ้ง TGAT ไว้ท้ายสุดเป็นการตัดสินใจที่แพง
TGAT ใช้ยื่นได้หลายคณะและหลายรอบ คะแนนที่ได้จึงคุ้มค่าต่อเวลาที่ลงไปมากกว่าวิชาเฉพาะที่ใช้ได้ทางเดียว แต่เพราะไม่มีเนื้อหาให้อ่านชัดเจนเหมือน A-Level คนจำนวนมากจึงเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนเหลือเวลาไม่พอจะฝึกให้ชินรูปแบบ
ทางที่คุ้มกว่าคือแบ่งเวลาให้ TGAT เป็นชุดสั้น ๆ สม่ำเสมอตั้งแต่เนิ่น ๆ ควบคู่กับการอ่าน A-Level เพราะเป็นการฝึกที่ใช้พลังต่างชนิดกัน ทำสลับกันได้โดยไม่แย่งเวลากันจริง
วัดจุดอ่อนด้วยแพ็กเกจ ม.6 TPAT1 / A-Level
คลังข้อสอบไม่อั้น + Time Analytics วิเคราะห์สปีดการทำข้อสอบ
- คลังข้อสอบ TPAT1 แยกพาร์ทเชาวน์ / จริยธรรม / เชื่อมโยง
- คลังข้อสอบ A-Level (คณิต 1/2 / ฟิสิกส์ / เคมี / ชีวะ / อังกฤษ)
- คลังข้อสอบ TGAT (การสื่อสารอังกฤษ / การคิดเหตุผล / สมรรถนะการทำงาน)
- Time Analytics รายข้อ เทียบเวลามาตรฐานของสนามสอบจริง
- Radar Chart วิเคราะห์จุดอ่อนรายบทย่อย
- โหมดจับเวลาเสมือนสนามสอบจริง
- เฉลยละเอียดพร้อมสมการ LaTeX ทุกข้อ
คำถามที่พบบ่อย
- TGATครอบเนื้อหาอะไรบ้าง
- TGAT ความถนัดทั่วไป, A-Level ภาษาอังกฤษ, A-Level ภาษาไทย, TPAT1 ความถนัดแพทย์, A-Level สังคมศึกษา โดยรายงานแยกคะแนนให้เห็นถึงระดับบทย่อย ไม่ใช่แค่ระดับวิชา ขอบเขตนี้อ่านจากชุดข้อสอบจริงของระบบทุกครั้งที่ปรับปรุงเนื้อหา ไม่ใช่รายการที่พิมพ์ทิ้งไว้
- ทำซ้ำหลายรอบแล้วจะเจอข้อเดิมไหม
- ระบบสุ่มชุดใหม่ทุกครั้งจากบทย่อยที่เลือกไว้ และเก็บสถิติทุกรอบเพื่อเทียบว่าบทที่เคยอ่อนดีขึ้นจริงหรือยัง ทำซ้ำได้ไม่จำกัดรอบตลอดอายุแพ็กเกจ
- ทดลองทำก่อนจ่ายเงินได้ไหม
- ได้ กดทดลองฟรีแล้วทำข้อสอบตัวอย่างได้ 10 ข้อทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก พร้อมดูผลวิเคราะห์เบื้องต้น โหมดทดลองเก็บผลไว้แค่รอบล่าสุด ถ้าอยากเก็บประวัติทุกรอบไว้เทียบย้อนหลังต้องสมัครสมาชิก (ฟรี)
- ต้องจ่ายเท่าไรถ้าจะใช้เต็มรูปแบบ
- แพ็กเกจ ม.6 TPAT1 / A-Level รายปี ฿690 จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ 1 ปีเต็ม หรือรายเดือน ฿199 ทำข้อสอบได้ไม่จำกัดจำนวนรอบตลอดอายุแพ็กเกจ
- โจทย์ในคลังเป็นข้อสอบเก่าของจริงหรือเปล่า
- ไม่ใช่ โจทย์ทุกข้อเขียนขึ้นใหม่เองทั้งหมด ไม่ได้คัดลอกข้อสอบจริงของ สทศ. ทปอ. กสพท หรือโรงเรียนใด สิ่งที่อ้างอิงคือผังการออกข้อสอบที่เผยแพร่สาธารณะ ซึ่งใช้กำหนดหัวข้อและระดับความยากให้ตรงแนวสนามสอบ
- เกณฑ์คะแนนที่ระบบใช้สำหรับTGATมาจากไหน
- เป็นเกณฑ์อ้างอิงที่ระบบใช้วาดเส้นเป้าหมายบนกราฟเรดาร์รายบท เพื่อให้เห็นว่าบทไหนถึงเส้นแล้วและบทไหนยังห่าง ไม่ใช่คะแนนตัดจริงของโรงเรียน ซึ่งเปลี่ยนทุกปีและขึ้นกับจำนวนผู้สมัคร — ให้ยึดประกาศทางการของโรงเรียนเสมอ
