คู่มือเตรียมสอบ · ป.6 สอบเข้า ม.1

ข้อสอบเข้า ม.1 — เตรียมตัวอย่างไรให้ตรงกับสนามสอบที่เล็งไว้

สอบเข้า ม.1 ไม่ได้มีข้อสอบกลางชุดเดียว แต่ละโรงเรียนออกข้อสอบเอง ความลึกจึงต่างกันมาก การติว "ทุกบทเท่า ๆ กัน" จึงเปลืองเวลาที่สุด หน้านี้สรุปว่าสนามไหนต่างกันตรงไหน ต้องแม่นหัวข้ออะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่ายังอ่อนบทไหนอยู่จริง ๆ

ขอบเขตที่ครอบ
7 วิชา

21 บท · 30 บทย่อย — รายงานแยกคะแนนถึงระดับบทย่อย

สนามสอบที่แยกเกณฑ์ไว้
5 กลุ่ม

แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์อ้างอิงและแนวข้อสอบของตัวเอง

ช่วงเกณฑ์อ้างอิงที่ระบบใช้
70–80%

เส้นเป้าหมายที่วาดทับกราฟเรดาร์รายบทในรายงาน

ทดลองฟรี
10 ข้อ

ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่ต้องกรอกอีเมล

สนามสอบมีกี่แบบ ต่างกันตรงไหน

ข้อสอบเข้า ม.1 แยกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามประเภทของโรงเรียน เนื้อหาอิงหลักสูตรแกนกลางเหมือนกัน แต่ "ความลึกของโจทย์" กับ "สัดส่วนข้อยาก" ต่างกันชัดเจน — เลือกเป้าหมายให้ชัดก่อนค่อยเลือกชุดติว

กลุ่มโรงเรียน / สนามสอบลักษณะข้อสอบเกณฑ์เป้าหมาย
โรงเรียนสาธิตโจทย์ระคนหลายขั้น อ่านโจทย์ยาว เน้นการตีความมากกว่าการแทนสูตรตรง ๆ
80%
สวนกุหลาบ / โรงเรียนรัฐชั้นนำครอบคลุมแกนกลางครบทุกบท แล้วใส่ข้อยากไว้คัดคนช่วงท้าย
78%
ห้องเรียนพิเศษ (Gifted)คณิต–วิทย์เข้มข้น มีโจทย์ระดับยากถึงยากมาก และมักสอบก่อนห้องปกติ
75%
English Program (EP/MEP)เพิ่มน้ำหนักภาษาอังกฤษ และมีคณิต–วิทย์ที่ใช้ศัพท์อังกฤษ
75%
โรงเรียนประจำจังหวัดยึดเนื้อหาแกนกลางเป็นหลัก วัดความแม่นของพื้นฐานมากกว่าความพลิกแพลง
70%

"เกณฑ์เป้าหมาย" คือเส้นอ้างอิงที่ระบบใช้วาดลงบนกราฟเรดาร์เพื่อให้เทียบคะแนนได้ ไม่ใช่คะแนนตัดของโรงเรียนอย่างเป็นทางการ — คะแนนตัดจริงเปลี่ยนทุกปีตามจำนวนผู้สมัครและความยากของข้อสอบปีนั้น

วิชาที่ต้องเตรียม และหัวข้อที่ต้องแม่น

ส่วนใหญ่สอบ 5 วิชา โดยคณิตกับวิทย์เป็นตัวถ่างคะแนน ส่วนไทย–สังคม–อังกฤษเป็นวิชาที่ "เก็บได้เต็มถ้าไม่ประมาท" — คนที่พลาดมักพลาดเพราะทำไม่ทัน ไม่ใช่เพราะไม่รู้

คณิตศาสตร์
เศษส่วน–ทศนิยม, ร้อยละ, บัญญัติไตรยางศ์, สมการเบื้องต้น, พื้นที่–ปริมาตร, การอ่านแผนภูมิ, โจทย์ปัญหาหลายขั้น
วิทยาศาสตร์
ระบบร่างกาย, ระบบนิเวศ, สารและสมบัติของสาร, แรงและการเคลื่อนที่, วงจรไฟฟ้า, ดาราศาสตร์เบื้องต้น, การทดลองและตัวแปร
ภาษาไทย
การอ่านจับใจความ, คำราชาศัพท์, ชนิดของคำ, สำนวน–สุภาษิต, การสะกดคำ, การเรียงลำดับข้อความ
ภาษาอังกฤษ
Tense พื้นฐาน, คำศัพท์ระดับ ป.6, Reading สั้น ๆ, บทสนทนาในสถานการณ์, คำบุพบทและคำนำหน้านาม
สังคมศึกษา
ภูมิศาสตร์ไทย, ประวัติศาสตร์ไทยช่วงสำคัญ, หน้าที่พลเมือง, เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น, ศาสนาและวันสำคัญ

ไทม์ไลน์เตรียมตัว

ปฏิทินจริงต่างกันรายโรงเรียนและเปลี่ยนทุกปี ห้องเรียนพิเศษมักสอบก่อนห้องปกติราวหนึ่งเดือน ให้ยึดประกาศของโรงเรียนเป้าหมายเป็นหลักเสมอ ตารางนี้เป็นแค่กรอบเวลาถอยหลังจากวันสอบ

  1. 6 เดือนก่อนสอบ

    ทำข้อสอบจำลองเต็มชุดหนึ่งรอบเพื่อวัดพื้นฐาน — ยังไม่ต้องติว ใช้เป็นเส้นเริ่มต้น

  2. 5–3 เดือนก่อนสอบ

    ไล่ปิดจุดอ่อนรายบทตามลำดับความเร่งด่วน บทที่คะแนนต่ำและออกบ่อยมาก่อน

  3. 2 เดือนก่อนสอบ

    เริ่มจับเวลาจริง ฝึกให้จบชุดในเวลาที่กำหนด แล้วดูสถิติเวลาต่อข้อว่าติดข้อไหน

  4. 1 เดือนก่อนสอบ

    สลับทำชุดผสมทุกวิชา วันเว้นวัน เพื่อฝึกสลับโหมดคิดระหว่างวิชา

  5. 1 สัปดาห์สุดท้าย

    ทบทวนเฉพาะข้อที่เคยผิดซ้ำ ไม่เปิดเนื้อหาใหม่ และปรับเวลานอนให้ตรงกับวันสอบ

จุดที่เด็ก ป.6 เสียคะแนนโดยไม่รู้ตัว

คะแนนที่หายไปในสนามสอบเข้า ม.1 ส่วนใหญ่ไม่ได้หายเพราะ "ไม่รู้เรื่องนั้น" แต่หายเพราะสามอย่างนี้ ซึ่งการนั่งติวเนื้อหาเพิ่มไม่ได้แก้เลย

  • ทำถูกแต่ช้าเกินไป — ใช้เวลากับข้อกลาง ๆ นานจนไม่เหลือเวลาให้ข้อท้ายที่จริง ๆ แล้วทำได้
  • อ่านโจทย์ไม่ครบเงื่อนไข — โดยเฉพาะโจทย์ปัญหาหลายขั้นที่มีคำว่า "อย่างน้อย" หรือ "เหลือ" ซ่อนอยู่
  • ผิดซ้ำที่บทเดิม — ผิดบทเดียวกันทุกรอบแต่ไม่มีใครจับได้ เพราะดูแค่คะแนนรวมของแต่ละวิชา

ใช้ข้อสอบจำลองให้ได้ผลจริง

ข้อสอบจำลองที่บอกแค่ "ได้ 24 จาก 30" มีค่าเท่ากับการเดา เพราะไม่ได้บอกว่าพรุ่งนี้ควรเปิดหนังสือบทไหน สิ่งที่ต้องได้จากการทำข้อสอบหนึ่งรอบคือรายการบทที่ต้องแก้ เรียงตามลำดับความคุ้มค่า

  • ทำครั้งแรกโดยไม่ติวก่อน เพื่อให้ได้ภาพจุดอ่อนที่ตรงความจริง
  • ดูรายงานระดับบทย่อย ไม่ใช่ระดับวิชา — "คณิตอ่อน" แก้ไม่ได้ แต่ "อ่อนเรื่องร้อยละ" แก้ได้ในสองวัน
  • เทียบเวลาที่ใช้ต่อข้อกับเวลามาตรฐาน เพื่อแยกข้อที่ "ไม่รู้" ออกจากข้อที่ "รู้แต่ช้า"
  • ทำซ้ำอีกรอบหลังติดบทที่แก้ไปแล้ว เพื่อยืนยันว่าดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าดีขึ้น

คนที่บ้านช่วยตรงไหนได้บ้างในช่วงเตรียมสอบ

คนที่บ้านส่วนใหญ่อยากช่วยแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยตรงไหน เพราะเนื้อหาก็ผ่านมานาน และถามน้องก็มักได้คำตอบว่า "ก็ทำได้อยู่" ทางที่ได้ผลกว่าคือดูจากข้อมูล ไม่ใช่จากความรู้สึก — รู้ว่ายังอ่อนบทไหน ก็จ้างติวหรือหาแบบฝึกหัดได้ตรงจุด และไม่ต้องเสียเงินติวบทที่ทำได้อยู่แล้วทั้งหมด

อ่านต่อ แยกตามสนาม วิชา และรายบท

วัดจุดอ่อนด้วยแพ็กเกจ ป.6 สอบเข้า ม.1

รายงานวิเคราะห์จุดอ่อนส่งเข้า LINE ทันทีที่ทำข้อสอบเสร็จ ติวต่อได้ตรงจุด

  • คลังข้อสอบเข้า ม.1 ครบทุกวิชา (คณิต / วิทย์ / อังกฤษ / ไทย / สังคม)
  • เลือกแนวข้อสอบตามโรงเรียนเป้าหมาย (สาธิตฯ, สวนกุหลาบฯ, Gifted, ประจำจังหวัด, EP)
  • Radar Chart วิเคราะห์จุดอ่อนรายบทย่อย เทียบเกณฑ์สอบติดของโรงเรียนที่เล็งไว้
  • สถิติเวลาที่ใช้ต่อข้อ ชี้ข้อที่ "ติด" นานผิดปกติ
  • เฉลยละเอียดพร้อมสมการ LaTeX ทุกข้อ
  • หน้ารายงานปรับให้อ่านบน iPad ได้สบาย
  • ไม่จำกัดจำนวนรอบการทำข้อสอบตลอดอายุแพ็กเกจ

คำถามที่พบบ่อย

ทดลองทำข้อสอบก่อนจ่ายเงินได้ไหม
ได้ กดทดลองฟรีแล้วทำข้อสอบตัวอย่างได้ 10 ข้อทันที โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมดูผลวิเคราะห์เบื้องต้น โหมดทดลองเก็บผลไว้แค่รอบล่าสุด สมัครสมาชิกฟรีแล้วรอบนั้นจะย้ายไปบัญชีใหม่ให้ และเก็บประวัติทุกรอบต่อจากนั้นไว้เทียบย้อนหลังได้
แพ็กเกจ ป.6 สอบเข้า ม.1 ราคาเท่าไร
รายปี ฿1,290 จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ 1 ปีเต็ม ไม่มีการตัดเงินอัตโนมัติซ้ำ หรือเลือกรายเดือน ฿399 ก็ได้ และทำข้อสอบได้ไม่จำกัดจำนวนรอบตลอดอายุแพ็กเกจ
ข้อสอบในระบบเป็นข้อสอบเก่าของจริงหรือเปล่า
ไม่ใช่ โจทย์ทุกข้อเขียนขึ้นใหม่เองทั้งหมด ไม่ได้คัดลอกข้อสอบจริงของ สทศ. ทปอ. กสพท หรือโรงเรียนใด สิ่งที่อ้างอิงคือผังการออกข้อสอบที่เผยแพร่สาธารณะ ซึ่งใช้กำหนดหัวข้อและระดับความยากให้ตรงแนวสนามสอบจริง
รายงานวิเคราะห์จุดอ่อนบอกอะไรบ้าง
บอกคะแนนแยกรายบทย่อย ไม่ใช่แค่รายวิชา พร้อมกราฟเรดาร์ที่มีเส้นเกณฑ์ของเป้าหมายที่เลือกไว้ และสถิติเวลาที่ใช้ต่อข้อเทียบเวลามาตรฐาน ทำให้แยกออกว่าข้อไหน "ไม่รู้" และข้อไหน "รู้แต่ช้า"
ทำข้อสอบซ้ำได้กี่รอบ
ไม่จำกัดรอบตลอดอายุแพ็กเกจ ระบบเก็บสถิติทุกครั้งที่ทำ จึงเทียบย้อนหลังได้ว่าบทที่เคยอ่อนดีขึ้นจริงหรือยัง
ข้อสอบเข้า ม.1 เตรียมตัวยังไงให้ตรงสนามสอบ | PromExam